ข่าวที่น่าสนใจในจังหวัด

ลดเงินส่งประกันสังคม จาก 5% เหลือ 3%

โพสต์เมื่อ :07 พ.ค. 52

ลดเงินส่งประกันสังคม จาก 5% เหลือ 3%

   ครม.ไฟเขียวลดเงินสบทบกองทุนประกันสังคมจาก 5% เหลือ 3% เฉลี่ยคนละ 192 บาทต่อเดือน มีผลตั้งแต่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่กระทรวงแรงงานได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2552

   นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าววันนี้ (6 พ.ค.) ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบตามที่ กระทรวงแรงงาน เสนอให้ลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมจาก 5% เหลือ 3% หรือ เฉลี่ยจะช่วยลดจำนวนเงินสบทบนำส่องกองทุนประกันสังคมเฉลี่ยคนละ 192 บาทต่อเดือน โดยมีผลตั้งแต่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่กระทรวงแรงงานได้ออกประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค.2552 จากนั้นให้กลับมาใช้อัตราเงินสบทบกองทุนประกันสังคมตามเดิมที่จัดเก็บในปัจจุบัน ตั้งแต่ 1 ม.ค.2553 เป็นต้นไป

   ทั้งนี้ การปรับลดเงินส่งเข้ากองทุนประกันสังคม จะไม่กระทบสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในทุกกรณี โดยเฉพาะผู้ประกันตนที่มีอายุซึ่งจะมีสิทธิได้รับเฉพาะบำเหน็จชราภาพ

   กระทรวงแรงงานงานได้รายงานว่า จากการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมกันหลายครั้ง และ ได้มีมติให้ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม โดยให้นายจ้างและลูกจ้าง ผู้ประกันตนจ่ายเงินสบทบลดลงจากอัตราปัจจุบัน ซึ่งจ่ายสบทบฝ่ายละ 5% ของค่าจ้างลดลงเหลือ 3%ของค่าจ้าง โดยแยกเป็นการลดอัตราเงินสบทบประโยชน์ทดแทน 4 กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และคลอดบุตร จากฝ่ายละ 1.5% ของค่าจ้าง เป็นฝ่ายละ 0.5% ของค่าจ้าง และลดอัตราเงินสมทบประโยชน์ทดแทน 2 กรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ จากฝ่ายละ 3% ของค่าจ้าง เป็นฝ่ายละ 2% ของค่าจ้าง แต่จะไม่ปรับลดอัตราเงินสมทบประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน

   ขณะที่รัฐบาลยังคงจ่ายเงินสมทบกองทุนประกันสังคมในอัตราเดิมคือ จ่ายเงินสมทบในอัตรา 2.75%ของค่าจ้าง นายศุภชัย กล่าวต่อว่า การลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมดังกล่าว เป็นผลจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทำให้ส่งออกมีการชะลอตัว จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศลดลง มีการใช้กำลังการผลิตอัตราที่ต่ำ นายจ้าง สถานประกอบการมีปัญหาสภาพคล่อง กำลังซื้อในประเทศหดตัว ส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและมีการเลิกจ้างจำนวนมาก ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องการลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบกิจการ เพิ่มกำลังซื้อในประเทศ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ